การคอนฟิก Source Options สำหรับ UDP Multicast/HLS, การปรับ Buffer ในระดับ Kernel, และการตั้งค่าสลับสัญญาณสำรองอัตโนมัติ
เข้าใช้งานหน้าแผงควบคุมของ MistServer ผ่านเว็บเบราว์เซอร์:
http://172.30.100.9:4242/
true1 หรือ onehdการกำหนด URL ในช่อง Source: ตามประเภทสัญญาณเพื่อลดอาการกระตุกและป้องกันปัญหา Socket บัฟเฟอร์ล้น:
| ประเภท Input | รูปแบบ URL ในช่อง Source |
|---|---|
| UDP Multicast (ตรง) | udp://@239.1.1.100:50000?pkt_size=1316&fifo_size=5000000 |
| UDP ผ่าน Interface เจาะจง | udp://@239.1.1.100:50000?localaddr=192.168.10.10&pkt_size=1316 |
| HLS Source | https://domain-cdn.com/live/stream/index.m3u8 |
| RTMP Source | rtmp://domain-cdn.com/live/channel_name |
| MPEG-TS (HTTP) | http://172.30.60.21/BHQ/live/31.ts |
@ หน้า IP Multicast จำเป็นต้องมีเสมอ เพื่อให้ MistServer ส่งคำสั่ง IGMP Join Group ไปยัง Network Switch เพื่อรับแพ็กเก็ตข้อมูล
หากสัญญาณต้นทางหลักดับ MistServer สามารถสลับไปดึงสัญญาณสำรอง (เช่น Backup Link หรือภาพสไลด์รอสัญญาณ) มาแสดงผลแทนอัตโนมัติ โดยที่เครื่อง Client ไม่หลุดจากการเชื่อมต่อ
วิธีที่ 1: ตั้งค่าผ่านหน้า Stream Details (UI)
true1)udp://@239.1.1.100:50000?pkt_size=1316true1_backup) หรือระบุ URL สำรองโดยตรงวิธีที่ 2: ตั้งค่าผ่าน Tags
ในช่อง Tags: หรือ Persistent tags: ให้ใส่รูปแบบ:
always_on, fallback=true1_backup
always_on จะสั่งให้ MistServer เชื่อมต่อสัญญาณต้นทางมารอไว้ในหน่วยความจำทันที แม้จะยังไม่มีผู้ชมเปิดดู ช่วยให้ผู้ชมเปิดภาพได้เร็วแบบทันที (Instant Playback)
ขยายขนาดบัฟเฟอร์รับข้อมูล UDP ของระบบปฏิบัติการให้รองรับ Bitrate สูง:
# ปรับขนาด Buffer ชั่วคราว (16MB)
sudo sysctl -w net.core.rmem_max=16777216
sudo sysctl -w net.core.rmem_default=16777216
# บันทึกให้มีผลถาวรหลังรีบูตเครื่อง
sudo bash -c 'cat << "EOF" >> /etc/sysctl.conf
net.core.rmem_max=16777216
net.core.rmem_default=16777216
EOF'
คำสั่ง Nuke Stream (สั่งตัดการเชื่อมต่อเพื่อโหลดค่า Config ใหม่ทันที):
การควบคุม MistServer ผ่าน Systemctl:
# สั่งรีสตาร์ท Service
sudo systemctl restart mistserver
# ตรวจสอบสถานะการทำงาน
sudo systemctl status mistserver